2 นาที

อัพเดต!! 5 รายการลดหย่อนภาษีสุดปังปุริเย่ประจำปี 63

แชร์

ใกล้จะสิ้นสุดเวลาแห่งการแสวงหาตัวช่วยลดหย่อนภาษีประจำปี 63 แล้ว ใครที่ยังไม่มีไอเดียว่าใช้รายการลดภาษีแบบไหนดี แนะนำให้รีบเข้ามาอ่านบทความนี้ด่วนๆ เพราะเราได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยว 5 รายการลดหย่อนภาษีสุดปังประจำปี 63 มาอัพเดตให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน รับรองจะต้องร้องว้าวแบบไม่มีอะไรมากั้น 
รายการลดหย่อนภาษีสุดปังประจำปี 63 



มาตรการ “ช้อปดีมีคืน 

“ช้อปดีมีคืน” เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศจากรัฐบาล โดยจุดเด่นของมาตรการ ช้อปดีมีคืน” คือผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำยอดค่าใช้จ่ายที่เราซื้อสินค้า หรือบริการไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง หรือสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท แต่ต้องดูเงินได้สุทธิ และอัตราภาษีเงินได้ด้วย เพราะต่อให้เราซื้อของจนครบ 30,000 บาท ก็ใช่ว่าจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มตามจำนวนที่จ่ายไป  


ยกตัวอย่างเช่น 

นาย noon เข้าร่วมมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” และซื้อสินค้าไปทั้งหมดรวมแล้วเป็นเงิน 30,000 บาท หากนาย noon มีอัตราภาษีเงินได้ 5% จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเพียง 1,500 บาท แต่ถ้านาย noon มีอัตราภาษีเงินได้ในอัตราอื่นๆ จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ดังตารางนี้ 

เงินได้สุทธิ/ปี อัตราภาษีเงินได้ ลดหย่อนภาษีได้ 
0-150,000 ยกเว้น 
150,001 – 300,000 5% 1,500 
300,001 – 500,000 10% 3,000 
500,0001 – 750,000 15% 4,500 
750,001 – 1,000,000 20% 6,000 
1,000,001 – 2,000,000 25% 7,500 
2,000,001 – 5,000,000 30% 9,000 
5,000,001 -ขึ้นไป 35% 10,500 


ซึ่งมาตรการนี้ได้เริ่มต้นไปตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 63 และสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ธันวาคม  63 โดยสินค้า และบริการที่เข้าร่วมมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” มีดังนี้ 

  • สินค้า และบริการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) 
  • หนังสือ และ E-book (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์) 
  • สินค้า OTOP และเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว 


สินค้า และบริการที่ไม่เข้าร่วมมาตรการ 

  • สุรา เบียร์ และไวน์ 
  • ยาสูบ 
  • น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ 
  • รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 
  • หนังสือพิมพ์และนิตยสาร 
  • ค่าบริการหนังสือพิมพ์ และนิตยสารออนไลน์ 
  • ค่าบริการจัดนำเที่ยว 
  • ค่าบริการ และค่าที่พักในโรงแรม 


หลักฐานการลดหย่อนภาษี 

  • ใบกับกับภาษีแบบเต็มรูปที่ระบุชื่อเรา เมื่อซื้อสินค้า หรือบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน vat เท่านั้น 
  • ใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อเรา เมื่อซื้อสินค้า OTOP หนังสือ ทั้งแบบเล่ม และอิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) 

หมายเหตุ ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ที่ร่วมมาตการคนละครึ่งไม่มีสิทธิเข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืน 



กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)  

SSF คือรายการลดหย่อนภาษีที่เข้ามาแทนที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า LTF นั้นเอง โดยกองทุน SSF นี้มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภท และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน 

หมายเหตุ เมื่อรวมกองทุน SSF RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกอช. จะสามารถนำไปลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทในแต่ละปีภาษี 



กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 

RMF คือกองทุนที่จัดตั้งเพื่อเพื่อส่งเสริมให้เกิดการออมในระยะยาวสำหรับไว้ใช่จ่ายในยามที่เกษียณอายุ โดยมีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภทเหมือนกับ SSF แต่ในปี 63 กองทุน RMF ได้มีการเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ คือสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินของ 30% ของเงินได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท และต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี 


หมายเหตุ  เมื่อรวมกองทุน SSF RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกอช. จะสามารถนำไปลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทในแต่ละปีภาษี 



ประกันสังคม  

ประกันสังคมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามที่กฎหมายไว้คือ 9,000 เหมือนเดิม แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องการลดภาระให้กับนายจ้างด้วยประกาศปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม 

ครั้งที่ 1 เดือน มี.ค. – พ.ค. 63 ปกติ 5% เหลือ 4% 

ครั้งที่ 2 เดือน ก.ย. – พ.ย. 63 ปกติ 5% เหลือ 2% 

การปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมลงถึง 2 ครั้งทำให้สิทธิประกันสังคมสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 5,850 บาท 



ประกันสุขภาพตนเอง  

ในปี 63 นี้ประกันสุขภาพสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 25,000  บาท/คน จากเดิม 15,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปจะต้องไม่เกิน 100,000 บาท โดยประกันสุขภาพที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขดังนี้ 

  • ประกันสุขภาพต้องให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาลที่เกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ 
  • การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก 
  • การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses) 
  • การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)  
  • ต้องทำกับบริษัทประกันที่ประกอบกิจการในไทยเท่านั้น 


รายการลดหย่อนภาษีทั้ง 5 แบบที่เรานำมาอัพเดตให้ได้อ่านกันวันนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆ ต่างมีจุดเด่นที่ยากจะลืม แต่สิ่งสำคัญของการวางแผนภาษีคือเราต้องรู้จักตัวเอง รู้ว่าต้องเสียภาษีเท่าไหร่ และรู้ว่ารายการลดหย่อนภาษีแบบใดที่ตอบโจทย์เราได้จริงๆ ยกตัวอย่างเช่นหากเรายังไม่เครื่องมือที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาก็อาจมองหารายการลดหย่อนภาษีที่ให้ความคุ้มครองเรื่องนี้โดยเฉพาะ อย่างเช่น “ประกันสุขภาพ” เป็นต้น รายการลดหย่อนภาษีไหนที่ใช่ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้คำตอบ 



ขอบคุณแหล่งข้อมูล :thebangkokinsight, TaxBugnoms, Nam.finance, ราชกิจจานุเบกษา “มาตรการช้อปดีมีคืน” , thansettakij

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มีเงินใช้ แถมได้ลดหย่อนภาษีเรื่องดีๆ จากค่าลดหย่อนกลุ่มการลงทุนและเกษียณ

ออมเงินก็สำคัญ ลดหย่อนภาษีก็อยากได้ จะดีกว่าไหม ถ้าทั้ง 2 จุดประสงค์นี้รวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มการลงทุนและเกษียณ

“Post-Vacation Blues” เที่ยวเสร็จแล้วเศร้า รับมืออย่างไรดี

รู้สึกเศร้า ไม่อยากกลับมาทำงานเลย คล้ายๆ จะหมดไฟ แต่รู้ไหมอาการอย่างนี้เขาเรียกว่า ‘Post-Vacation Blues หรือนภาวะอารมณ์ซึมเศร้าหลังเที่ยว