2 นาที

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน : ครบทั้งความคุ้มครอง และความคุ้มค่า

แชร์

ในโลกนี้ไม่มีอะไรจีรัง นอกจากความตายและภาษี – เบนจามิน แฟรงคลิน  ณ ช่วงเวลานี้คงไม่มีคำคมไหนจะเหมาะสมไปกว่าคำคมนี้อีกแล้ว เพราะไม่ว่ายุคสมัยจะแปรเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ภาษีก็ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีที่มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอย่าง “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” 



ภาษีเงินได้บุคลธรรมดาเป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด และเมื่อมีการเสียภาษีเกิดขึ้น ก็ย่อมมีเรื่องของการขอลดหย่อนภาษีตามมา โดยรายการลดหย่อนภาษีกลุ่มแรกที่เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักนั้นตรงกับสุภาษิตไทยที่ว่า  “ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว” จ่ายเพียงครั้งเดียวแต่กลับได้ประโยชน์ทั้งช่วยบริหารความเสี่ยง และลดหย่อนภาษี ซึ่งจะเป็นสิทธิลดหย่อนไหนกลุ่มไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก “ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน”  



ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน มีดังนี้ 

ประกันสังคม สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามที่กฎหมายไว้คือ 9,000 เหมือนเดิม แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องการลดภาระให้กับนายจ้างด้วยประกาศปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม 

ครั้งที่ 1 เดือน มี.ค. – พ.ค. 63 ปกติ 5% เหลือ 4% 

ครั้งที่ 2 เดือน ก.ย. – พ.ย. 63 ปกติ 5% เหลือ 2% 

การปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมลงถึง 2 ครั้งทำให้ประกันสังคมสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเพียง 5,850 บาท 


ประกันชีวิตทั่วไป สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง หรือสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 

  • เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปจากกรมธรรม์ทุกฉบับที่เราจ่ายสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง และสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท 
  • กรมธรรม์ประกันต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป 
  • ต้องทำกับบริษัทประกันที่อยู่ในประเทศไทย 
  • หากกรมธรรม์มีการจ่ายเงินปันผล หรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา จะต้องได้รับเงินคืน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ถ้าคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น กรมธรรม์ประกันของเราเป็นแบบจ่ายคืนทุก 3 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในแต่ละช่วง 

ยกตัวตัวอย่างเช่น เบี้ยประกันสะสมที่เราจ่ายไปตลอด 3 ปีคือ 30,000 บาท เงินปันผล หรือผลตอบแทนระหว่างสัญญาจะต้องไม่เกิน 6,000 บาท จึงจะสามารถนำใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 



เลือกซื้อประกันชีวิตที่ใช่ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีจากตรงนี้ได้เลย!!!

เงินฝากแบบมีประกันชีวิต สามารถนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง หรือสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 

  • มีกำหนดระยะเวลาฝาก  10 ปีขึ้นไป 
  • ต้องเป็นธนาคารที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันมีให้บริการอยู่ 2 ธนาคาร คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) 
  • ไม่ถอนเงินออกจากบัญชีจนกว่าจะถือครบ 10 ปี 
  • มีหลักจากธนาคารผู้รับฝากเงินชัดเจน 

ประกันสุขภาพตัวเอง สำหรับปีภาษี 63 สามารถนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง หรือสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท จากเดิม 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 

  • ประกันสุขภาพที่เราทำต้องจัดอยู่ในประเภทดังต่อไปนี้ที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เนื่องจากเจ็บป่วยและเจ็บ อีกทั้งมีค่าชดเชยให้ในกรณีที่ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไป และบาดเจ็บ 
  • ประกันภัยอุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก 
  • ประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses) 
  • ประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care) 
  • ผู้เสียภาษีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ไปยังบริษัทประกันว่าต้องใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำส่งข้อมูลการขอใช้สิทธิไปยังสรรพากรในวันที่ 7 มกราคมของทุกปี 

หมายเหตุ หากรวมเบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง และเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิตแล้วสามารถนำไปลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท  


ยกตัวเอย่างเช่น นาย noon จ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปรวมแล้ว 100,000 บาท และจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพไปอีก 10,000 บาท หากมองเผิน ๆ คงคิดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 110,000 บาท แต่ในทางกฎหมายกำหนดว่าเบี้ยประกันทั้งสองประเภทนี้เมื่อรวมกันแล้วสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท 



เลือกซื้อประกันสุขภาพที่ใช่ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีจากตรงนี้ได้เลย!!!


ประกันสุขภาพพ่อแม่ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง หรือสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 

  • ต้องเป็นประกันสุขภาพที่ทำให้กับพ่อแม่ของตนเองเท่านั้น 
  • พ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 ต่อปี 


ประกันคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถเบาภาระเรื่องภาษีได้ แต่ก็เป็นแค่เพียงหนึ่งตัวเลือกจากหลายๆ ทางเท่านั้น เราไม่อยากให้ทุกคนซื้อประกันเพียงแค่ต้องการนำมาลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว เพราะว่าจุดประสงค์หลักของการการทำประกันคือการ “ป้องกันความเสี่ยง ( Risk Prevention) และปกป้องความมั่งคั่ง” (Wealth Protection) ของตัวเรา หรือบุคคลอันเป็นที่รัก ส่วนผลประโยชน์อื่น ๆ ให้ถือซะว่าเป็นผลกำไร  


หากใครเริ่มสนใจอยากจะมีประกันซักกรมธรรม์ไว้ในครอบครองแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะมาที่ noon.in.th นะ เพราะเรามีระบบช่วยคัดสรรแบบประกันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล อีกทั้งยังมีระบบช่วยเปรียบเทียบแบบประกันเพื่อให้ทุกคนได้สิ่งที่ดีที่สุด อย่าลืม อยากซื้อประกันเมื่อไหร่ก็แวะมาที่ noon .in.th 



ขอบคุณที่มาดี๊ดี 

กรมสรรพากรtaxbugnoms, itax

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มีเงินใช้ แถมได้ลดหย่อนภาษีเรื่องดีๆ จากค่าลดหย่อนกลุ่มการลงทุนและเกษียณ

ออมเงินก็สำคัญ ลดหย่อนภาษีก็อยากได้ จะดีกว่าไหม ถ้าทั้ง 2 จุดประสงค์นี้รวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มการลงทุนและเกษียณ

“Post-Vacation Blues” เที่ยวเสร็จแล้วเศร้า รับมืออย่างไรดี

รู้สึกเศร้า ไม่อยากกลับมาทำงานเลย คล้ายๆ จะหมดไฟ แต่รู้ไหมอาการอย่างนี้เขาเรียกว่า ‘Post-Vacation Blues หรือนภาวะอารมณ์ซึมเศร้าหลังเที่ยว