5 นาที

สรุปมาตรการเด็ดช่วยเยียวยายามโควิด-19 ครองเมืองจากรัฐบาล

แชร์

ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ ณ ขนาดนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 63 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวหายไปกว่าร้อยละ 44 ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสายการการบิน ไกด์ ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้า ธุรกิจจากที่เคยครึกครื้นก็พลิกจากหน้ามือเป็น…อย่างเห็นได้ชัด 

ความน่าหวาดหวั่นจากเชื้อไวรัสโคโรนา(COVID-19) ส่งผลให้รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจรีบเร่งออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งในปัจจุบัน (25 มี.ค. 63) มาตรมีทั้งหมด 2 ระยะ

ระยะที่ 1 

มาตรการด้านการเงินสำหรับ “ผู้ประกอบการ”

• สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 150,000 ล้านบาทให้แก่สถานบันการเงิน โดยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี และสถานบันกรเงินก็จะนำเงินที่กู้จากธนาคารออมสินมาปล่อยให้ผู้ประกอบการกู้ต่อในอัตราดอกเบี้ยร้อย 2  เป็นระยะเวลา 2 ปีโดยวงสินเชื่อสูงสุดต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท

• พักต้นเงินลดดอกเบี้ยและขยาย ระยะเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้

สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ผ่อนปรนเงื่อนไข การชำระหนี้และเงื่อนไขการรับประกันในด้านต่าง ๆ เช่น การพักชำระหนี้เงินต้น การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การผ่อนคลายเงื่อนไขการจ่ายค่าสินไหมทดแทน มาตรการสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง(บางที่) และโครงการ Refinance หนี้บัตรเครดิตในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง (บางที่)

• ช่วยเหลือลูกหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกแนวทางให้สถานบันการเงิน และบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อช่วยผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นสินเชื่อปกติ เพิ่มความยืดหยุ่นในการอนุมัติเงินกู้

• ส่งเสริมการจ้างงาน

สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้แก่สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพื่อให้สามารถจ้างลูกจ้างต่อไปได้

มาตรการด้านภาษีสำหรับ “ผู้ประกอบการ”

• คืนสภาพคล่อง

ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เหลือร้อยละ 1.5 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่  30 กันยายน 2563 และลดเหลืออัตราร้อยละ 2 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามข้อกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่จ่ายผ่านระบบการหกัภาษี ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

• ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย

สิทธิหักรายจ่ายดอกเบี้ยได้ 1.5 เท่า สำหรับผู้ประกอบการSMEs ที่เข้าร่วมโครงการ Soft Loan ปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจัดทำบัญชีเดียว สำหรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 63 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63

• ส่งเสริมเสถียรภาพของการจ้างงาน

ผู้ประกอบการ SMEs สามารถนำรายจ่ายที่เป็นค่าจ้างตั้งแต่เดือนเมษายน – กรกฎาคม 63 ของลูกจ้าง นำไปหักรายจ่ายได้ 3 เท่า

• เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ ผู้ประกอบการภายในประเทศ 

ผู้ประกอบการส่งออกที่ดี รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มคืนภายใน 15 วัน (กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ทางอินเตอร์เน็ต) และรับเงินคืนภายใน 45 วัน (กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา)

มาตรการอื่นๆ สำหรับ“ผู้ประกอบการ”

• ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ของนายจ้างและลูกจ้าง

ลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างจาก 5% เหลือ 4%

• บรรเทาภาระค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนการให้บริการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ

ลดหรือชะลอหรือเลื่อนการเก็บค่าธรรมเนียม ค่าเช่าราชพัสดุ ค่าตอบแทนในการให้บริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อบรรเทาภาระ

• บรรเทาภาระ การจ่ายค่าน้ำค่าไฟและ คืนค่าประกันการใช้ไฟ

พิจารณาลดและเลื่อนการชำระค่าน้ำและค่าไฟ  หรือแนวทางที่เหมาะสม เช่น คืนค่าประกันการใช้ไฟบางส่วน

• เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ปี 2563

กรมบัญชีกลางได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง และปรับลดขั้นตอนระยะเวลาดำเนินการ

มาตรการอื่นๆ สำหรับ“ประชาชน”

• ค่าเสี่ยงภัยให้บุคลากรทางการแพทย์

แพทย์-สัตวแพทย์ผลัดละ 1,500 บาท/คน พยาบาล และอื่น ๆ ผลัดละ 1,000 บาท/คน

• บรรเทาภาระการจ่าย ค่าน้ำค่าไฟและ คืนค่าประกันการใช้ไฟ

พิจารณาลดและเลื่อนการชำระค่าน้ำและค่าไฟ  หรือแนวทางที่เหมาะสม เช่น คืนค่าประกันการใช้ไฟบางส่วน

• ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ของนายจ้างและลูกจ้าง

ลดจำนวนเงินสมทบของ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จาก จาก 9% เหลือ 7%

• สร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน

ประชาชนที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (กองทุน SSF) หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการชั่วคราวได้ 200,000 บาท (ช่วง 1 เม.ย. –30 มิ.ย. 63) สำหรับปีภาษี 63 

• ลดภาระค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนในการ ให้บริการของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ

ยกเว้นค่าเช่า ที่ราชพัสดุ 1 ปี ให้กับผู้เช่า ประเภทผู้อาศัยและเกษตร

อ่านฉบับเต็มได้ที่ มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากcovid-19 ระยะที่ 1

ระยะที่ 2

มาตรการสำหรับ “ผู้ประกอบการ”

• โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ให้สินเชื่อวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 สำหรับ 2 ปีแรก และวงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้าน ระยะเวลาการกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 5 ปี สามารถยื่นขอสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 63

• เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภ.ง.ด. 50 ชำระภายใน 31ส.ค. 63 และภ.ง.ด. 51 ชำระภายใน 30 ก.ย. 63

• เลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ นำส่ง และชำระภาษี

เลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ นำส่ง และชำระภาษีทุกประเภทที่กรมสรรพากรจัดเก็บเป็นเวลา 1 เดือน

• ยืดเวลาการชำระภาษีให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้าน้ำมันและ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน

จากเดิมภายใน 10 วันเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าณทัณฑ์บน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563)

• ยืดการเสียภาษีสรรพสามิตให้กิจการสถานบริการ

ยืดเวลาออกไป 3 เดือน ตั้งแต่ 1 มี.ค. –31พ.ค. 63 กล่าวคือสามารถยื่นแบบ และเสียภาษีภายในวันที่ 15 ก.ค. 63

• ยกเว้นอากรขาเข้าของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19)

ยกเว้นอากรขาเข้าสินค้า ที่ใช้รักษาและป้องกันโรค โควิด-19 มีผลบังคับใช้จนถึงเดือน 30 กันยายน 2563

• ยกเว้นภาษีและลดค่าธรรมเนียม จากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของเจ้าหนี้ที่ไม่ใช่สถานบันการเงิน (Non-Bank)

-ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้สำหรับเงินได้ที่ได้จากการปลดหนี้ของเจ้าหนี้

– ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้สำหรับเงินได้ที่ได้จากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้าหรือการให้บริการ และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

-ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้สำหรับเงินได้ที่ได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันหนี้ของเจ้าหนี้ให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ ดังกล่าว โดยลูกหนี้ต้องนำเงินนั้นไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระหรือมีภาระผูกพันตามสัญญาประกันหนี้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

-ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้สำหรับหนี้ที่เจ้าหนี้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ โดยไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

• ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์

เรียกเก็บค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเหลือร้อยละ 0.001 มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 64

มาตรการสำหรับ “ประชาชน”

• สนับสนุนเงิน คนละ 5,000 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 3 เดือน (เฉพาะลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระหรือผู้ได้รับผลกระทบ (รวมถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40)

ธนาคารกรุงไทย จะเป็นผู้รับลงทะเบียน โควต้า 3  ล้านคน โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็น ระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) 

• สนับสนุนเงิน 50% ของค่าจ้างสำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม

-กรณีนายจ้างไม่ให้ทำงานรับเงิน ไม่เกิน 180วัน

-กรณีรัฐสั่งหยุด รับเงินไม่เกิน 90 วัน

• โครงการสินเชื่อฉุกเฉิน

ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนบัสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 40,000 ลา้นบาท (ธนาคารออมสิน 20,000 ล้านบาท และ  ธ.ก.ส. 20,000 ล้านบาท) วงเงินต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนรับคำขอสินเชื่อถึงววันที่ 30 ธันวาคม 2563 

• โครงการสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม

ธนาคารออมสินสนับนุสนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

• โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสำนักงานธนานุเคราะห์เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงิน รวม 2,000 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในนามของสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อปี และ สธค. คิดดอกเบี้ยจากประชาชนในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ระยะเวลา 2 ปี

• เสริมความรู้

-ฝึกอบรม เพิ่มทักษะอาชีพ หรือจัดกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงนักศึกษาที่ยังหางานไม่ได้

-ขยายฝึกอบรมผ่านภาคี เครือข่าย เช่น มูลนิธิ โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง กระทรวง อว. เป็นต้น

• เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เลื่อนเวลาการชำระภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม2563

• เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ

เพิ่มวงเงินหักลดหย่อน ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจากเดิมตามจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท เป็นไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

สำหรับใครที่ต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการสร้างหลักประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น หรือต้องการนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถเข้ามาค้นหาประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์กับความต้องการของคุณได้ที่ เลือกซื้อประกันสุขภาพที่ตรงใจ คลิกเลย

• ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าตอบแทนในการเสี่ยงภัยของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

-ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยจากไวรัส COVID-19

-ค่าตอบแทนบุคคลที่มิใช่ข้าราชการหรือ ข้าราชการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรับมือ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

อ่านฉบับเต็มที่ มาตรการช่วยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบระยะที่ 2

ขอบคุณที่มา
กระทรวงการคลัง

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เทียบความต่าง RT-PCR test และ Rapid Antigen test วิธีไหนใช่สำหรับเรา

RT-PCR test และ Rapid Antigen test เป็นวิธีตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังใช้ในปัจจุบัน หลายๆ คนอาจสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าทั้ง 2 วิธีมีความแตกต่างกันอย่างไร . วันนี้เพื่อความกระจ่างแจ้ง noon ได้จับ RT-PCR test และ Rapid Antigen test มาเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดว่าวิธีไหนที่ใช่สำหรับเรา

ศัพท์ประกันชีวิตพื้นฐานที่คนทำประกันต้องรู้

ศัพท์ประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเพราะยิ่งรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยให้เราเข้าใจรายละเอียด และสิทธิประโยชน์ของ “ประกันชีวิต” มากขึ้นเท่านั้น