2 นาที

“เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ” เรื่องสำคัญที่คนไทยทุกคนควรรู้

แชร์

เคยเผลอลืมเงินไว้ที่ไหนซักแห่งไหม เราเชื่อว่าต้องมีบ้างแหละ และเชื่ออีกไหมว่ามีเงินมากกว่า 1 พันล้านบาทถูกหลงลืมไว้กับประกันชีวิต ซึ่งเงินจำนวนนี้เรียกว่า “เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ”  
ข้อมูลจากกองทุนประกันชีวิตรายงานว่ามีจำนวนผู้เอาประกันที่มีสิทธิรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความทั้งสิ้น 813,637.00 ราย และได้จ่ายเงินคืนไปแล้วเพียง 1,338 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.16 ของจำนวนผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินทั้งหมดเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม 62) ซึ่งเหตุผลที่ทำให้มีผู้ไปรับเงินน้อยอาจเป็นเพราะไม่ทราบถึงสิทธิของตนเอง ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีประชาชนคนไทยคนใดต้องเสียสิทธิไปโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจเกี่ยวกับ“เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ” มากขึ้น 



เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ คืออะไร 

เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 หมายถึง เงินที่ผู้มีสิทธิ (ผู้เอาประกัน ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ หรือทายาทของผู้เอาประกัน) มีสิทธิได้รับตามกรมธรรม์ แต่ถ้าผู้มีสิทธิไม่ได้เรียกร้องขอรับเงินจากบริษัทผู้รับประกันจนพ้นอายุความไปแล้ว (อายุความมีระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิรับเงิน) บริษัทประกันชีวิต ต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนประกันชีวิต โดยผู้มีสิทธิสามารถขอรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุคืนจากกองทุนได้ภายในเวลา 10 ปี 


ทำไมจึงเกิด เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ ขึ้น 
  • บริษัทประกันไม่สามารถติดต่อผู้เอาประกันชีวิตได้ เนื่องจากสาเหตุต่างๆ อาทิเช่น ย้ายที่ อยู่แล้วไม่ได้แจ้งให้บริษัทประกันทราบ 
  • ผู้เอาประกันชีวิตเสียชีวิต และไม่เคยแจ้งให้ทายาท หรือผู้รับประโยชน์ทราบว่าตนเองนั้นประกันชีวิตไว้ทำให้ผู้รับผลประโยชน์ หรือทายาทของผู้เอาประกันไม่ได้แสดงเจตจำนงเพื่อขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ 
  • ผู้เอาประกันหยุดส่งเบี้ยในช่วงเข้าปีที่ 3 เป็นต้นไป และถึงแม้ว่าการหยุดส่งเบี้ยประกันจะทำให้ความคุ้มครองต้องยุติลง แต่ตัวกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งผู้เอาประกันส่วนใหญ่มักลืมที่จะทำเรื่องขอเงินคืน 
  • ผู้เอาประกันลืมนำเช็คที่ได้รับจากบริษัทประกันไปขึ้นเงิน 

หมายเหตุ ยิ่งจ่ายเบี้ยประกันนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้มูลค่าเงินสดของกรมธรรม์สูงขึ้นเรื่อยๆ 


จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีสิทธิขอรับ “เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ” 

การตรวจสอบสิทธิรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ของกองทุนประกันชีวิต  และกรอกข้อมูลเพียงแค่ 3 ข้อเท่านั้น 

  1. เลขประจำตัวประชาชน 
  2. ชื่อผู้เอาประกันชีวิต 
  3. นามสกุลผู้เอาประกันชีวิต 





มีสิทธิขอรับ “เงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ” แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้มา 

ขั้นตอนที่ 1  ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความได้ที่เว็บไซต์ของกองทุนประกันชีวิต

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเอกสาร 

  • กรณีผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขอรับ เตรียมเอกสารดังนี้ 
  1. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันชีวิต (กรณีที่ต้นฉบับสูญหายให้ใช้สำกรมธรรม์ประกันชีวิตและหนังสือแจ้ง 
  2. ความต่อสถานีตำรวจว่ากรมธรรม์เลขที่เท่าไหร่สูญหายไป) หนังสือรับรองบุคคลของผู้เอาประกันภัย(ตามแบบที่กองทุนกำหนด) 
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกัน 
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกัน 
  5. หนังสือแจ้งหรือยืนยันยอดเงินจากบริษัทประกันชีวิตว่าได้นำเงินเข้าสู่กองทุนแล้ว (ถ้ามี) 
  • กรณีผู้รับผลประโยชน์เป็นผู้ขอรับ เตรียมเอกสารดังนี้ 
  1. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันชีวิต (กรณีที่ต้นฉบับสูญหายให้ใช้สำกรมธรรม์ประกันชีวิตและหนังสือแจ้งความต่อสถานีตำรวจว่ากรมธรรม์เลขที่เท่าไหร่สูญหายไป) 
  2. หนังสือรับรองบุคคล ของผู้รับผลประโยชน์(ตามแบบที่กองทุนกำหนด) 
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันและผู้รับผลประโยชน์ 
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันและผู้รับผลประโยชน์ 
  5. หนังสือแจ้งหรือยืนยันยอดเงินจากบริษัทประกันชีวิตว่าได้นำเงินเข้าสู่กองทุนแล้ว (ถ้ามี) 
  6. สำเนาใบมรณบัตรของผู้เอาประกัน 
  • กรณีทายาทของผู้เอาประกันเป็นผู้ขอรับ เตรียมเอกสารดังนี้ 
  1. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันชีวิต (กรณีที่ต้นฉบับสูญหายให้ใช้สำกรมธรรม์ประกันชีวิตและหนังสือแจ้งความต่อสถานีตำรวจว่ากรมธรรม์เลขที่เท่าไหร่สูญหายไป) 
  2. หนังสือรับรองบุคคลของทายาทผู้เอาประกัน (ตามแบบที่กองทุนกำหนด) 
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทายาท (ทุกราย)  
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของทายาท (ทุกราย) 
  5. หนังสือแจ้งหรือยืนยันยอดเงินจากบริษัทประกันชีวิตว่าได้นำเงินเข้าสู่กองทุนแล้ว (ถ้ามี) 
  6. สำเนาใบมรณบัตรของผู้เอาประกัน 
  7. หนังสือยินยอมจากทายาททุกคนให้มารับเงิน (ตามแบบที่กองทุนกำหนด) 
  8. หลักฐานการแจ้งข้อความต่อสถานีตำรวจว่า ได้รับความยินยอมจากทายาททุกคนหรือได้รับมอบหมวยจากทายาททุกคนให้มายื่นคำขอคำ
  9. สั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (กรณียื่นขอรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป) 
  • กรณีนิติบุคคลผู้ขอรับ เตรียมเอกสารดังนี้ 
  1. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันชีวิต (กรณีที่ต้นฉบับสูญหายให้ใช้สำกรมธรรม์ประกันชีวิตและหนังสือแจ้งความต่อสถานีตำรวจว่ากรมธรรม์เลขที่เท่าไหร่สูญหายไป) 
  2. หนังสือรับรองบุคคลของผู้เอาประกันภัย(ตามแบบที่กองทุนกำหนด) 
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกัน 
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกัน 
  5. หนังสือแจ้งหรือยืนยันยอดเงินจากบริษัทประกันชีวิตว่าได้นำเงินเข้าสู่กองทุนแล้ว (ถ้ามี) 
  6. สำเนาใบมรณบัตรของผู้เอาประกัน (แล้วแต่กรณี) 
  7. หนังสือรับรองนิติบุคคลจากกระทรวงพาณิชย์ 
  8. สำเนาบัตรประตัวประชาชนผู้มีอำนาจกระทำการนิติบุคคล 
  • กรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจ เตรียมเอกสารดังนี้ 
  1. เอกสารของผู้รับมอบอำนาจ หากรับมอบอำนาจจากผู้เอาประกันก็ให้เตรียมเอกสารตามหัวข้อ “กรณีผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขอรับ” 
  2. หนังสือมอบอำนาจ 
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อ เจ้าหน้าที่ผู้รับแบบคำขอ 
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของพยาน (ในกรณีที่จำนวนเงินที่ยื่นคำขอรับเกินกว่า 50,000 บาท) 

ขั้นตอนที่ 3 ติดตามสถานะการยื่นขอรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความจากกองทุนได้ที่กองทุนประกันชีวิต

ขั้นตอนที่ 4 รอรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุจากกองทุน 

หากกองทุนพิจารณาแล้วว่าเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอส่งมานั้นครบถ้วนและถูกต้อง ทางกองทุนจะดำเนินการอนุมัติจ่ายเงิน โดยช่องทางการรับเงินมีดังต่อไปนี้ 

  • รับเช็คด้วยตัวเองได้ที่ที่ทำการของกองทุนประกันชีวิต (กทม.) 
  • รับเช็คด้วยตัวเองได้ที่สำนักงาน คปภ. ส่วนภูมิภาค / จังหวัด 
  • เงินโอนผ่านเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิได้รับเงิน 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: กองทุนประกันชีวิต, thailandinsurancenews.com, oic.or.th

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

5 โรคร้ายที่มากับฝน พร้อมแนะวิธีรักษาเบื้องต้น

ใครไม่อยากตกเป็นเหยื่อ 5 โรคร้ายที่มาพร้อมกับหน้าฝนรีบมาอ่านบทความนี้ด่วนๆ

ยื่นภาษีไม่ทัน มีทางแก้อะไรบ้าง?

ตายแล้ว!!! มัวแต่ทำนู้นทำนี่จนลืมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ภ.ง.ด.90/91) ไปเลย แล้วอย่างนี้จะเอาไงต่อดีล่ะ ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะบทความนี้มีคำตอบ