2 นาที

มี พ.ร.บ.รถยนต์ แล้วยังจำเป็นต้องทำประกันรถยนต์อีกไหม??

แชร์

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมบางคนที่ทำพ.ร.บ.รถยนต์แล้ว ถึงต้องทำประกันรถยนต์พ่วงเข้าไปอีก ทั้งๆ ที่ทั้งสองสิ่งนี้ต่างถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ทั้งคู่ แต่ก่อนที่จะไปหาคำตอบลองไปทำความรู้จักเกี่ยวกับรายละเอียดของพ.ร.บ.รถยนต์ และประกันรถยนต์กันอีกซักนิดก่อน 
พ.ร.บ.รถยนต์ และประกันรถยนต์ ความเหมือนที่แตกต่าง 

พ.ร.บ.รถยนต์ หรือประกันรถยนต์ภาคบังคับ คือประกันที่รถทุกชนิดทุกประเภทภายใต้กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก  กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร ซึ่งรถที่เจ้าของมีไว้ใช้ ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น ถือกำเนิดขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปี 2535 ซึ่งให้ความคุ้มครอง ดังนี้ 

  • กรณีบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถ 
    • จ่ายค่ารักษาพยาบาลในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้นตามที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิน 30,000 บาท/คน    
  • กรณีทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุทางรถ 
    • จ่ายค่าชดเชยในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 35,000 บาท/คน 
  • กรณีบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิต/บาดเจ็บจนทำให้ทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุทางรถ 
    • จ่ายค่าชดเชยในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 65,000 บาท/คน 
    • กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ 
    • จ่ายค่าชดเชยในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้นแล้วไม่เกิน 35,000 บาท/คน 
  • กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล 
    • จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง หรือไม่เกิน 65,000 บาท 

หมายเหตุ

  1. พ.ร.บ.รถยนต์จะคุ้มครองเฉพาะแค่ค่ารักษาในเบื้องต้นเท่านั้น ค่ารักษาส่วนอื่นๆ เราจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง 
  2. หากรถตั้งแต่ 2 คันขึ้นไปก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการชน หรือเฉี่ยว จนทำให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในรถคันใดคันหนึ่งได้รับบาดเจ็บให้บริษัทร่วมกันจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยโดยเฉลี่ยจ่ายในอัตราส่วนที่เท่ากัน 

อ่านแล้วอกอีแป้นจะแตก หากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างแค่ความเจ็บปวดให้แก่ร่างกายเพียงอย่างเดียว ตัวรถเองก็ได้รับเสียหายไปด้วย ใครจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมแซมที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ “ประกันรถยนต์” จึงถือกำเนิดขึ้น   

ประกันรถยนต์ หรือประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือเครื่องมือที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษา หรือค่าซ่อมแซมรถ ซึ่ง พ.ร.บ.รถยนต์ไม่ได้ให้ความคุ้มครองครอบคลุมในส่วนนี้ โดยรายละเอียดความคุ้มครองของประกันรถยนต์นั้นขึ้นอยู่กับชั้นที่เราเลือกทำ ดังนี้ 

ประกันรถยนต์ ชั้น 1  
  1. คุ้มครองบุคคลภายนอกทั้งร่างกายและทรัพย์สิน 
  2. คุ้มครองรถยนต์คันที่เอาประกันภัยทั้งในกรณี ไฟไหม้ สูญหาย และการชน 
  3. คุ้มครองบุคคลภายในรถคันที่เอาประกันภัย โดยครอบคลุมในด้านค่ารักษาพยาบาล ประกันผู้ขับขี่ และอุบัติเหตุบุคคล 

ประกันรถยนต์ ชั้น 2 
  • คุ้มครองบุคคลภายนอกทั้งร่างกายและทรัพย์สิน คุ้มครองรถยนต์คันที่เอาประกันภัยทั้งในกรณี ไฟไหม้ และสูญหาย  
  • คุ้มครองบุคคลภายในรถคันที่เอาประกันภัย โดยครอบคลุมในด้านค่ารักษาพยาบาล ประกันผู้ขับขี่ และอุบัติเหตุบุคคล 

ประกันรถยนต์ ชั้น 2+ 
  • คุ้มครองบุคคลภายนอกทั้งร่างกายและทรัพย์สิน 
  • คุ้มครองรถยนต์คันที่เอาประกันภัยทั้งในกรณี ไฟไหม้ สูญหาย การชน* 
  • คุ้มครองบุคคลภายในรถคันที่เอาประกันภัย โดยครอบคลุมในด้านค่ารักษาพยาบาล ประกันผู้ขับขี่ และอุบัติเหตุบุคคล 3 

หมายเหตุ *คู่กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น และในกรณีที่เป็นฝ่ายผิดมีค่าสียหาย 2,000 บาท 


ประกันรถยนต์ ชั้น 3 
  • คุ้มครองบุคคลภายนอกทั้งร่างกายและทรัพย์สิน 
  • คุ้มครองบุคคลภายในรถคันที่เอาประกันภัย โดยครอบคลุมในด้านค่ารักษาพยาบาล ประกันผู้ขับขี่ และอุบัติเหตุบุคคล 

ประกันรถยนต์ ชั้น 3+ 
  • คุ้มครองบุคคลภายนอกทั้งร่างกายและทรัพย์สิน 
  • คุ้มครองรถยนต์คันที่เอาประกันภัยทั้งในกรณี ไฟไหม้**  และการชน** 
  • คุ้มครองบุคคลภายในรถคันที่เอาประกันภัย โดยครอบคลุมในด้านค่ารักษาพยาบาล ประกันผู้ขับขี่ และอุบัติเหตุบุคคล 

หมายเหตุ ** คู่กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น และในกรณีที่เป็นฝ่ายผิดมีค่าสียหาย  2,000 บาท 


ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก 
  • คุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอกโดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง 


เปรียบเทียบประกันรถยนต์ VS พ.ร.บ.รถยนต์ 

หมายเหตุ * กรณีที่รถผู้เอาประกันชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น 


สำหรับคำตอบของคำถามที่ว่า มี พ.ร.บ.รถยนต์ แล้วยังจำเป็นต้องทำประกันรถยนต์อีกไหม?? คำตอบอาจจะมีทั้ง ”จำเป็น” และ “ไม่จำเป็น”  ขึ้นอยู่กับกับปัจจัย และไลฟ์สไตล์ในดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ในใจแอบเชียร์ให้ทุกคนทำประกันรถยนต์ไว้ เพราะต่อให้เราขับขี่อย่างมีสติ และระมัดระวังมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครสามารถหลีกหนีคำว่าอุบัติเหตุได้ ต่อให้เราไม่ชนเขา ก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีโอกาสโดนชน ดังนั้นวางแผนรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันด้วยการทำประกันรถยนต์ไว้แต่เนิ่นๆ ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ใช่ให้กับตัวเราในอนาคตก็ได้ 


ซ่อมหนักแค่ไหนก็อุ่นใจหากมีประกันภัยรถยนต์  คลิกเลย!!! 


ขอบคุณแหล่งข้อมูล : oic.or.th,oohoo.io,pantip.com

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เตือนแล้วนะ! เอกสารสำคัญที่ต้องมี เมื่อยื่นภาษี

ถึงเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 63 แล้ว ใครที่ยังไม่พร้อมต้องพร้อมได้แล้ว เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสลดหย่อนภาษีอย่างที่ตั้งใจไว้ วันนี้เราได้เตรียมเช็คลิสต์เอกสารที่ต้องมีเมื่อยามยื่นภาษีมาฝากกัน เช็คด่วนก่อนหมดสิทธิ

ครบจบในที่เดียว!! 5 STEPS ขั้นเทพ เคลมประกันโควิด-19 อย่างไรให้ได้ชัวร์

หากคุณเป็นหนึ่งที่ซื้อประกันภัยโควิด-19 หนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาดคือ "การเคลมประกัน" เพราะหากrพลาดไปเพียงนิดเดียวอาจทำให้หมดสิทธิในการรับค่าสินไหมชดเชย