2 นาที

“ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน” ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

แชร์

ที่อยู่อาศัย หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “บ้าน” เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน หรือฝ่าฟันอยากจะมี ซึ่งการดูแลรักษาทรัพย์สินเหล่านี้นั้นไม่ง่ายเลย เพราะว่าต้องต่อสู้กับภัยต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นภัยจากธรรมชาติ อย่างเช่น น้ำท่วม หรือภัยที่มาจากฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง ภัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ที่อยู่อาศัย ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียเงินทองจำนวนมหาศาลในการซ่อมแซม แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ และทางออกของสถานการณ์นี้ก็คือ “การทำประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน”

“ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน” มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ความคุ้มครองเจ้าของอาคาร ประเภทที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว สำนักงานในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม โดยสามารถแบ่งความคุ้มครองได้ 5 หมวด


หมวดที่ 1 ความคุ้มครองต่ออาคาร 


บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหาย (ค่าสินไหมทดแทน) ให้ในกรณีที่อาคารได้รับความเสียหายจากภัยเหล่านี้

  • อัคคีภัย แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า น้ำท่วม การไหลล้นหรือการระเบิดของแท้งค์น้ำ พายุเฮอริเคน พายุไซโคลน พายุใต้ฝุ่น หรือลมพายุ
  • การระเบิด
  • อุปกรณ์ส่วนควบของแท้งค์น้ำหรือท่อน้ำ
  • อากาศยาน หรือสิ่งของจากอากาศยาน หล่นใส่อาคาร
  • การถูกชนจากพาหนะทางบก เช่น รถยนต์ ม้า หรือปศุสัตว์ต่างๆ ซึ่งผู้เอาประกันภัย หรือสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือดูแลอยู่
  • การชิงทรัพย์ การปล้นทรัพย์ หรือความพยายามการลักทรัพย์โดยใช้กำลังรุนแรงเพื่อเข้าไป หรือออกจากอาคาร

หมวดที่ 2 ความคุ้มครองต่อทรัพย์สินในอาคาร


บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหาย (ค่าสินไหมทดแทน) ให้ในกรณีที่ทรัพย์สินภายในอาคารของเราได้รับความเสียหายจากภัยเหล่านี้

  • อัคคีภัย แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า น้ำท่วม การไหลล้นหรือการระเบิดของแท้งค์น้ำ พายุเฮอริเคน พายุไซโคลน พายุใต้ฝุ่น หรือลมพายุ
  • การระเบิด
  • อุปกรณ์ส่วนควบของแท้งค์น้ำหรือท่อน้ำ
  • อากาศยาน หรือสิ่งของจากอากาศยาน หล่นใส่อาคาร
  • การถูกชนจากพาหนะทางบก เช่น รถยนต์ ม้า หรือปศุสัตว์ต่างๆ ซึ่งผู้เอาประกันภัย หรือสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือดูแลอยู่
  • การชิงทรัพย์ การปล้นทรัพย์ หรือความพยายามการลักทรัพย์โดยใช้กำลังรุนแรงเพื่อเข้าไป หรือออกจากอาคาร

หมวดที่ 3 ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราวและการสูญเสียค่าเช่า


หากอาคารที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยที่ได้กล่าวมาข้างต้น จนไม่สามารถพักอาศัยได้ ทางบริษัทประกันจะดำเนินการหาที่พักชั่วคราว หรือจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้เอาประกันภัยเพื่อนำไปเช่าที่พักอาศัยอยู่จนกว่าอาคารนั้นจะซ่อมเสร็จ


หมวดที่ 4 คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก


หากที่อยู่อาศัยของเราสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลภายนอก บริษัทประกันจะชดเชยค่าสินไหมแทนเรา (ผู้เอาประกันภัย) โดยแบ่งความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกได้ 2 กรณี ดังนี้

  • ความรับผิดต่อร่างกายของบุคคลภายนอก เช่น การเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ความบาดเจ็บต่อร่างกาย ตัวอย่างเช่น นายเอเดินชนเสาบ้าน(เรา) จนถึงแก่ชีวิต บริษัทประกันก็จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวของนายเอแทนเรา
  • ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่มีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในอาคาร หรือเกี่ยวข้องกับอาคารตัวอย่างเช่น รถยนต์ของนายเอโดนเสาบ้าน(เรา) หล่นใส่จนต้องนำไปซ่อม บริษัทประกันก็จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายเอเพื่อนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการซ่อมแซมรถ

หมวดที่ 5 ความคุ้มครองสำหรับเงินชดเชยการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย


หากเรา(ผู้เอาประกันภัย) ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตทันที หรือได้รับบาดเจ็บจากจากภัยซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประกันคุ้มครอง ซึ่งส่งผลให้เสียชีวิตภายใน 180 วัน นับจากวันเกิดอุบัติเหตุขณะที่อยู่ภายในอาคารที่ทำประกันภัยไว้ บริษัทประกันจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ 


ตัวอย่างเช่น
 เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน เราไม่สามารถหนีออกจากบ้านที่ทำประกันไว้ได้ทันทำให้จมน้ำเสียชีวิตทันที ทางบริษัทก็จะจ่ายเงินสินไหมชดเชยให้แก่ผู้รับผลโยชน์ที่เราระบุไว้ในกรมธรรม์



ขอบคุณแหล่งที่มา

สำนักงานคณะกรรมกากำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เทียบความต่าง RT-PCR test และ Rapid Antigen test วิธีไหนใช่สำหรับเรา

RT-PCR test และ Rapid Antigen test เป็นวิธีตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังใช้ในปัจจุบัน หลายๆ คนอาจสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าทั้ง 2 วิธีมีความแตกต่างกันอย่างไร . วันนี้เพื่อความกระจ่างแจ้ง noon ได้จับ RT-PCR test และ Rapid Antigen test มาเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดว่าวิธีไหนที่ใช่สำหรับเรา

ศัพท์ประกันชีวิตพื้นฐานที่คนทำประกันต้องรู้

ศัพท์ประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเพราะยิ่งรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยให้เราเข้าใจรายละเอียด และสิทธิประโยชน์ของ “ประกันชีวิต” มากขึ้นเท่านั้น