4 นาที

คิดให้ดี ก่อนซื้อประกันภัยโควิด-19

แชร์

สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 หรือโควิด-19 ยังอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียด และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อคลายความกังวลที่เกิดขึ้นบริษัทประกันชั้นนำต่างๆ จึงพากันออกขายแบบประกันภัย ซึ่งมีจุดประสงค์หลักคือการสร้างความคุ้มครองให้กับประชากรชาวไทยจากไวรัสโควิด-19

แต่ด้วยความหลากหลายของแผนประกันที่อยู่มีมากมายในตลาดจึงอาจทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยโควิด-19 ซัก 1 กรมธรรม์เป็นเรื่องที่ยากมาก และหากด่วนตัดสินใจผลลัพธ์ก็อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เพื่อลดโอกาสที่เกิดความผิดพลาด บทความนี้มี how to ในการเลือกซื้อประกันภัยไวรัสโควิด-19 ให้ตอบโจทย์ และคุ้มค่าที่สุดมามาเล่าสู่กันฟัง


covid-19 insurance

ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์โอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 จากอาชีพ

อาชีพเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะช่วยบอกให้รับรู้ได้ว่าตัวเรานั้นมีความเสี่ยงแค่ไหนที่จะติดเชื้อโควิด-19 และอาชีพที่จัดอยู่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดมี 6 อาชีพ ได้แก่

  1. อาชีพที่ทำงานในสนามบิน อาทิเช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือพนักงานภาคพื้นสายการบิน เป็นต้น
    อาชีพกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสโควิด-19 อยู่ค่อนข้างมากเนื่องจากต้องพบปะผู้คนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ต้องร่วมเดินทางไปกับผู้โดยสารบนเครื่องบิน ซึ่งมีอณาเขตจำกัด และมีลักษณะเป็นพื้นที่ปิดจึงอาจทำให้ไวรัสสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง 
  2. อาชีพที่ทำงานในสถานพยาบาล อาทิเช่น แพทย์ หรือพยาบาล 
    จากข้อมูลของ The Los Angeles Times พบว่าเจ้าหน้าที่บริการด้านสุขภาพ อย่างเช่นแพทย์ หรือพยาบาลในประเทศจีนกว่า 3,000 คนติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งสาเหตุทำให้เป็นเช่นนี้นั่นก็เป็นเพราะกลุ่มอาชีพดังกล่าวต้องทำงานใกล้ชิด และสัมผัสกับตัวผู้ป่วยอยู่ตลอดจึงอาจทำมีโอกาสสูงมากที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้ 
  3. อาชีพขับแท็กซี่
    คนขับแท็กซี่อาจจะไม่ได้พบปะกับผู้คนเป็นจำนวนมากเทียบเท่ากับคนที่ทำงานในสนามบิน แต่โอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ก็ถือว่ามาในอันดับต้นๆ เช่นกัน เนื่องจากต้องอยู่กับผู้โดยสารในสถานแคบ และปิดเป็นเวลานาน หากรับผู้โดยสารที่มีเชื้อโควิด-19ก็อาจทำให้โอกาสในการติดเชื้อไวรัสชนิดเกือบจะร้อย 100% เลยทีเดียว
  4. ล่าม หรือไกด์นำเที่ยว 
    ล่าม หรือไกด์นำเที่ยว อาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปิด หรือพื้นที่จำกัดกับคนจำนวนมาก แต่ด้วยลักษณะการทำงานทำให้ต้องใกล้ชิดกับลูกทัวร์ตลอดทั้งวัน อาจทำให้สามารถติดเชื้อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูกทัวร์มีภูมิลำเนา หรือเพิ่งเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 อย่างเช่น ประเทศจีน อิตาลี มาเก๊า โอกาสในการติดเชื้อโควิด-19 ก็อาจเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
  5. พ่อค้าแม่ค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
    ยิ่งพบปะกับผู้คนเยอะมากเท่าไหร่ โอกาสในการติดเชื้อโควิด-19 ก็สูงมากขึ้นเท่านั้น  พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ตามจุดท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ อาทิเช่น ตลาดนัดรถไฟรัชดา จึงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้มีผู้คนหมุนเวียนไปมาอยู่ตลอด เชื้อไวรัสร้ายอาจปะปนมากับใครก็ได้ ดังนั้นพยายามหาวิธีป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด เพราะความปลอดภัยทางสุขภาพคืออีกก้าวหนึ่งของความมั่นคงทางการเงิน
  6. พนักงานออฟฟิศ
    รู้หรือไม่? รถไฟฟ้าที่พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ใช้โดยสารไปทำงานในแต่วันนั้นมีปริมาณผู้ใช้งานรวมกันมากถึง 5 ล้านคนต่อวัน (สถิติปริมาณผู้ใช้งานรถไฟฟ้า bts และ mrt ปี 62) ซึ่งการเดินทางด้วยรถสาธารณะส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะเป็นพื้นที่ปิด และจำกัด อีกทั้งยังต้องร่วมเดินทางกับคนหมู่มาก โอกาสที่จะติดเชื้อโควิด-19 จากการโดยสารรถไฟฟ้า หรือรถสาธารณะจึงมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้สูงกว่าคนเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนตัว 

หากลองสังเกตดีๆ จะพบว่าทั้ง 6 อาชีพมีปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19คล้าย ๆ กันอยู่  2 ประการ คือ 1.เป็นอาชีพที่ต้องพบปะผู้คนเป็นจำนวนมาก 2. ทำงานในพื้นที่ปิด หรือจำกัด ดังนั้นใครที่ทำงานในลักษณะเดียวกันนี้ ถึงแม้ว่าจะไม้ได้อยู่ใน 6 อาชีพที่เรากล่าวมาก็เตรียมหาวิธีรับมือ และต้องป้องกันตัวเองจากโควิด-19 ให้ดี


covid-19 insurance

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบหลักประกันสุขภาพที่มีอยู่

หลักประกันสุขภาพอย่างเช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพกลุ่ม หรือโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตร 30 บาท หรือบัตรทอง) ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่ารักษาจากการติดเชื้อโควิด-19 อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซื้อแบบประกันภัยโควิด-19 ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่ารักษาอีกเนื่องจากจะเป็นจ่ายเงินเพื่อซื้อความคุ้มครองที่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ดังนั้นก่อนที่จะซื้อประกันภัยโควิด-19 ซักกรมธรรม์ต้องตรวจสอบตัวเองให้ดีเสียก่อนว่ามีหลักประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองอะไรในด้านอะไรอยู่แล้วบ้าง แล้วค่อยไปเลือกซื้อความคุ้มครองที่ยังขาดอยู่ หรือต้องการเพิ่มเติม ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้สามารถประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มหาศาล อีกทั้งยังช่วยให้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ที่แม้แต่ตัวเราเองอาจหลงลืมไป


covid-19 insurance

ขั้นตอนที่ 3 เปรียบเทียบแบบประกันเพื่อคัดสรรสิ่งที่ตอบโจทย์มากที่สุด

หลังจากที่วิเคราะห์ความเสี่ยงในติดเชื้อโควิด-19 จากอาชีพ และตรวจสอบหลักประกันสุขภาพที่มีอยู่จนครบถ้วนก็ถึงเวลาที่ต้องเลือกแบบประกันภัยโควิด-19 ที่ตอบโจทย์มากที่สุด และเพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น วันนี้เราได้นำประกันภัยโควิด-19  จากบริษัทชั้นนำมาเปรียบให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน คำตอบไหนที่ใช่ลองไปดูกันเลย


ประกันภัยไวรัสโควิด-19  “เจอ จ่าย จบ”

covid-19 insurance

หมายเหตุ “เจอ จ่าย จบ” = จ่ายให้ทันทีกรณีที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19  + ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา ทุพพลภาพสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ รวมถึงการถูกฆาตกรรม หรือถูกทำร้ายร่างกาย ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุขณะขับขี่ หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ (อบ.1) 


ประกันภัยโควิด-19  “เจอ รักษา จบ”

covid-19 insurance

หมายเหตุ “เจอ รักษา จบ” = คุ้มครองค่ารักษา + จ่ายเงินให้ทันทีเมื่อผู้เอาประกันเจ็บป่วยในระยะสุดท้าย(ภาวะโคม่า) เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตโดยสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อโควิด-19

หลายคนก็สับสนไม่น้อยว่า “ตกลงแล้วประกันโควิด-19 แผนไหน หรือจากบริษัทอะไรกันแน่ที่ควรค่าแก่การซื้อ” ลองวิเคราะห์ตามชุดคำถามนี้อาจช่วยให้หาคำตอบได้ง่ายขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น นาย A มีอาชีพขับแท็กซี่ อายุ 25 ปี มีหลักประกันสุขภาพคือ บัตร 30 บาท ไม่มีโรคประจำตัว จากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปวิเคราะห์ได้ดังนี้

เป็นอาชีพที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่? ใช่
มีหลักประกันสุขภาพหรือไม่? มี (บัตร 30)
รูปแแบความคุ้มครองประกันโควิด-19 ที่เหมาะสมคือ “เจอ จ่าย จบ”



เหตุผลที่เลือกรูปแบบความคุ้มครองของแผนประกันภัยไวรัสไวรัสโคโนนาให้กับนาย A เป็น “เจอ จ่าย จบ” สืบเนื่องมาจากนาย A มีหลักประกันสุขภาพเป็นบัตร 30 บาท ซึ่งคุ้มครองค่ารักษากรณีเจ็บป่วยจากโควิด-19 จึงทำให้ไม่จำเป็นจะต้องซื้อแผนประกันที่คุ้มครองในส่วนของค่ารักษา

อีกทั้งอัตราการตายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน (วันที่ 16 มีนาคม 2563) จากผู้ป่วย 114 คนมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพียง 1 คนเท่านั้น อัตราการรักษาหายราวๆ 31% เราจึงแนะนำให้นาย A เลือกรูปแแบความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 เป็น “เจอ จ่าย จบ” หรือ “จ่าย อุบัติเหตุ อื่นๆ” น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะอย่างน้อยเงินก้อนที่ได้รับมาตอนตรวจพบเชื้อไวรัสก็สามารถนำไปจ่ายค่าเช่ารถ หรือจุนเจือครอบครัวในยามที่ตนเองไม่สามารถขับแท็กซี่ได้ เพราะต้องเข้ารับการรักษาให้หายขาดจากโควิด-19 ตัวร้าย


สรุป การเลือกซื้อประกันภัยโควิด-19 นั้นต้องคิดให้ดี และพิจารณาอย่างเป็นขั้นตอน วิเคราะห์ถึงความเสี่ยงที่ต้องเจอ ตรวจสอบหลักประกันสุขภาพที่มี และที่สำคัญคือการศึกษาประกันภัยแต่ละแผนให้ดีก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร หากปฏิบัติได้ครบทั้ง 3 ขั้นตอนก็ช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อแผนประกันที่ไม่ตอบโจทย์ และไม่คุ้มค่าได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก:รายงานประจำปี mrt, รายงานประจำปี bts, news.thaipbs.or.th, siamrath, ประกันสังคมกับไวรัสโคโรนา

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

“Post-Vacation Blues” เที่ยวเสร็จแล้วเศร้า รับมืออย่างไรดี

รู้สึกเศร้า ไม่อยากกลับมาทำงานเลย คล้ายๆ จะหมดไฟ แต่รู้ไหมอาการอย่างนี้เขาเรียกว่า ‘Post-Vacation Blues หรือนภาวะอารมณ์ซึมเศร้าหลังเที่ยว

รวมเบอร์ฉุกเฉิน ยามเกิดภัย

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เบอร์ฉุกเฉินจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรเมมติดมือถือไว้ เพราะในยามที่เกิดภัยทุกวินาทีมักมีค่าเสมอ